วิธีการกราบแบบเบญจางคประดิษฐิ์
การกราบ มาจากคำว่า “อภิวาท” คือ การหมอบลงที่พื้นพร้อมกับกระพุ่มมือ หรือ พร้อมกับการประณมมือเป็นกิริยาอาการแสดงความเคารพอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างสูงสุด การกราบพระรัตนตรัยเป็นสิ่งที่ชาวพุทธควรที่จะรู้จักวิธีปฏิบัติอย่างถูกต้อง เพื่อความเหมาะสม การกราบพระรัตนตรัยก็คือการกราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุที่เกี่ยวเกนื่องกับพระรัตนตรัยทุกอย่าง นิยมกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ คือ การกราบด้วยวการตั้งไว้เฉพาะซึ่งองค์ 5 (คือ หัวเข่า 2 ฝ่ามือ 2 และหน้าผาก 1) ให้จรดลงแนบกับพื้น ซึ่งมีจังหวะปฏิบัติ 3 จังหวะ คือ
จังหวะที่ 1 ยกมือขึ้นประณมอยู่ระหว่างอก
จังหวะที่ 2 ยกมือประณมขึ้นจรดหน้าผาก นิ้วหัวแม่มือทั้งสองอยู่ระหว่างคิ้ว ปลายนิ้วชี้จรดหน้าผาก
จังหวะที่ 3 หมอบลงให้หน้าผากจรดพื้น ฝ่ามือทั้งสองแบราบลงแนบกับพื้น แล้วคุกเข่านั่ง ตั้งตัวตรงประณมมือยกขึ้น ผ่านจังหวะที่ 1-2-3 ไปตามลำดับ ปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 3 ครั้ง ในทุกเวลาที่กราบบูชาพระรัตนตรัย

วิธีการกราบสำหรับผู้ชาย
การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์สำหรับผู้ชายนั้นนิยมนั่งคุกเข่า(นั่งท่าเทพพนม) ประณมมือยกขึ้นผ่านจังหวะที่ 1-2-3 ไปตามลำดับดังกล่าวแล้ว แต่ขณะที่หมอบกราบลงกับพื้นนั้น นิยมให้ข้อศอกทั้งสองต่อกับหัวเข่าทั้งสอง นิ้วมือทั้งห้าแนบชิดสนิทกัน วางฝ่ามือทั้งสองลงกราบกับพื้นให้มือทั้งสองแยกออกห่างกันประมาณ 4 นิ้ว ก้มศีรษะลงให้หน้าผากจรดกับพื้นในระหว่างมือทั้งสอง แล้วลุกขึ้นนั่งตั้งตัวตรง ปฏิบัติเช่นนี้ไปจนครบ 3 ครั้ง เมื่อครบ 3 ครั้งแล้วนิยมยกมือขึ้นจบอยู่ในระหว่างคิ้วอีกครั้งหนึ่ง จึงเป็นเสร็จพิธีการกราบ
การกราบสำหรับผู้หญิง
การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์สำหรับผู้หญิงนั้นก็นิยมปฏิบัติเช่นเดียวกับชาย ต่างกันแต่ขณะที่หมอบลงกับพื้นเท่านั้น คือ นิยมใช้ข้อศอกทั้งสองอยู่ข้างตัวแนบชิดกับขาพับทั้งสอง ไม่นิยมใช้ข้อศอกทั้งสองต่อกับหัวเข่าแบบชาย ส่วนวิธีปฏิบัตินอกจากนี้เหมือนกัน
วิธีการกราบบุคคลและการกราบศพ
การกราบบุคคลและกราบศพนั้น นิยมกราบเหมือนกัน ด้วยวิธีกระพุ่มมือกราบไม่แบมือกราบกับพื้น และนิยมกราบเพียงครั้งเดียว มีวิธีการปฏิบัติดังนี้
นั่งพับเพียบแบบเก็บเท้า พับขาราบไปทางซ้าย ตะแคงตัวข้างขวาไปทางบุคคล หรือศพที่จะกราบนั้น กราบหมอบลงกับพื้น พร้อมกับวางแขนขวาลงราบกับพื้นตลอดครึ่งแขน จากข้อศอกถึงข้อมือ ตั้งสันมือขึ้น วางแขนซ้ายลงคู่กับแขนขวา มือทั้งสองแนบชิดแบบประณมมือให้ข้อศอกขวาอยู่ข้างลำตัว ศอกซ้ายต่อกับหัวเข่าขวา ก้มศีรษะลงให้หน้าผากจรดสันมือ ปลายนิ้วชี้อยู่ระหว่างคิ้ว แล้วลุกขึ้นนั่งพับเพียบตามปรกติ เป็นเสร็จพิธีกราบบุคคล หรือกราบศพ
ส่วนการกราบพ่อแม่นั้น ในทางพระพุทธศาสนานิยมกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์และกราบ 3 ครั้งเหมือนกราบพระรัตนตรัย เพราะถือกันว่าพ่อและแม่นั้นเท่ากับเป็นพระอรหันต์ของลูก ที่มีความเมตตากรุณาต่อลูก ๆ ของตนเอง

การจัดสถานที่ทำบุญ
การจัดสถานที่ทำบุญในทางพระพุทธศาสนาทุกอย่าง ทั้งงานมงคลและอวมงคลนั้น เบื้องต้น เจ้าภาพ คือ เจ้าของงาน จะต้องคำนึงถึงสถานที่ซึ่งมีบริเวณกว้างขวางเพียงพอ และเหมาะสมจะใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญบุญกุศลทางพระพุทธศาสนา สำหรับจัดเป็นห้องพิธี อันประกอบด้วยสถานที่สำคัญ 3 ประการ คือ
1. สถานที่ตั้งโต๊ะหมู่บูชาพระรัตนตรัย
2. สถานที่จัดเป็นอาสน์สงฆ์ และ
3. สถานที่นั่งสำหรับเจ้าภาพและผู้มาร่วมงาน

สถานที่ตั้งโต๊ะหมู่บูชา
โต๊ะหมู่บูชาพระรัตนตรัย นิยมจัดตั้งไว้ด้านขวาของอาสน์สงฆ์ ตั้งไว้สูงกว่าอาสน์สงฆ์พอประมาณ และนิยมตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก เพราะเป็นทิศที่พระพุทธเจ้าประทับนั่งตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า แต่ถ้าขัดข้องเพราะสถานที่ไม่อำนวย ก็นิยมหันหน้าไปทางทิศเหนือ หรือทิศใต้ ทิศใดทิศหนึ่งก็ได้ แต่ไม่นิยมตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เพราะถือกันว่า ทิศตะวันตกเป็นทิศอัสดงคต แห่งพระอาทิตย์ เป็นทิศแห่งความเสื่อมไม่เจริญรุ่งเรือง
โต๊ะหมู่บูชาจะต้องประกอบด้วยสิ่งสำคัญ 5 ประการด้วยกันคือ
1. พระพุทธรูป 1 องค์ (นิยมพระปางมารวิชัย)
2. กระถางธูป พร้อมธูป 3 ดอก นิยมใช้ธูปที่มีกลิ่นหอมอย่างดี
3. เชิงเทียน 1 คู่ พร้อมเทียน 2 เล่ม ให้ใช้เทียนเล่มใหญ่พอดีกับเชิงเทียน
4. แจกัน 1 คู่ พร้อมทั้งดอกไม้ประดับที่มีสีสดใส
5. โต๊ะหมู่บูชา 1 ชุด

สถานที่จัดตั้งอาสน์สงฆ์
อาสน์สงฆ์ คือ สถานที่สำหรับพระสงฆ์นั่งนั้น นิยมจัดตั้งไว้ทางด้านซ้ายของโต๊ะหมู่บูชาพระรัตนตรัย และนิยมจัดแยกออกเป็นเอกเทศส่วนหนึ่งต่างหาก จากที่นั่งของคฤหัสถ์ชายหญิง ประกอบด้วยเครื่องรับรองพระสงฆ์ดังนี้
1. พรมเล็ก สำหรับปูเป็นที่นั่งของพระสงฆ์แต่ละรูป
2. กระโถน
3. ภาชนะน้ำเย็น
4. พานหมากพลู (ปัจจุบันนี้ใช้ลูกอมแทน)
5. ภาชนะน้ำร้อนน้ำชา
เครื่องรับรองพระสงฆ์นั้น นิยมจัดตั้งไว้ด้านขวามือของพระสงฆ์แต่ละรูป โดยจัดตั้งกระโถนไว้ข้างในสุด จัดตั้งภาชนะน้ำเย็นไว้ถัดออกมา จั้งตั้งพานหมากพลู ไว้ถัดออกมาข้างนอก ส่วนภาชนะน้ำร้อนน้ำชานั้น นิยมจัดนำมาถวายภายหลัง เมื่อพระสงฆ์มานั่งเรียบร้อยแล้ว เพราะถ้านำมาตั้งไว้ก่อน น้ำร้อนก็จะกลายเป็นน้ำเย็นไปเสียก่อน แต่ถ้าสถานที่ประกอบพิธีสงฆ์นั้นคับแคบ หรือสิ่งของเครื่องรับรองมีไม่เพียงพอให้จัดเครื่องรับรองไว้เพียง 5 ชุดก็ได้

สถานที่นั่งสำหรับเจ้าภาพและแขกผู้มาร่วมงาน
สถานที่นั่งสำหรับเจ้าภาพและแขกผู้มาร่วมงานนั้น นิยมจัดไว้ทางด้านหน้าของอาสน์สงฆ์ และนิยมจัดแยกออกเป็นเอกเทศส่วนหนึ่งต่างหากจากอาสน์สงฆ์ เพื่อป้องกันมิให้พระสงฆ์ต้องอาบัติโทษ เพราะนั่งอาสนะเดียวกันกับสตรีเพศ และสถานที่นั่งสำหรับเจ้าภาพ และแขกผู้มาร่วมงานนั้นจะต้องไม่ดีกว่า ไม่ประณีตกว่า และไม่อยู่ ณ ที่สูงกว่าอาสน์สงฆ์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพคารวะแก่พระสงฆ์
การจัดตั้งภาชนะน้ำมนต์
การจัดตั้งภาชนะน้ำมนต์งานพิธีทำบุญในทางพระพุทธศาสนานั้น นิยมจัดตั้งภาชนะน้ำมนต์เฉพาะพิธีทำบุญงานมงคลทุกชนิด เช่นงานทำบุญแต่งงาน งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ งานทำบุญอายุ เป็นต้น และนิยมจัดตั้งภาชนะน้ำมนต์ขึ้นไว้ข้างโต๊ะหมู่บูชา ด้านพระเถระประธานสงฆ์ ส่วนพิธีทำบุญงานอวมงคลที่เกี่ยวเนื่องกับศพ เช่นงานทำบุญสัตตมวาร งานทำบุญครบ 50 วัน หรืองานทำบุญครบ 100 วันเป็นต้น ไม่นิยมจัดตั้งภาชนะน้ำมนต์ เพราะพิธีทำบุญงานศพนั้น เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที ต่อท่านผู้ล่วงลับไปแล้ว ไม่ใช่จัดทำเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เจ้าของงาน
ภาชนะน้ำมนต์
ภาชนะสำหรับใส่น้ำมนต์นั้น นิยมใช้หม้อน้ำมนต์โดยเฉพาะหระ ใช้บาตรพระสงฆ์แทน แต่ไม่นิยมใช้ขันเงิน เพราะว่าเป็นวัตถุอนามาส น้ำสำหรับทำน้ำมนต์นั้น นิยมใช้น้ำที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ ใส่น้ำขนาดเกือบเต็มภาชนะสำหรับทำน้ำมนต์นั้น และมีวัตถุที่นิยมกันว่าเป็นมงคล ตามความนิยมของท้องถิ่นนั้น ๆ ใส่ภาชนะน้ำมนต์นั้นด้วย
เทียนสำหรับทำน้ำมนต์
เทียนสำหรับทำน้ำมนต์นั้น นิยมใช้เทียนขี้ผึ้งแท้มีขนาดเล่มใหญ่พอสมควร อย่างเล็กนิยมมีน้ำหนัก 1 บาทขึ้นไป และนิยมใช้เทียนที่มีไส้ใหญ่ ๆ เพื่อป้องกันมิให้ไฟดับง่ายเมื่อถูกลมพัด
การนิมนต์พระสงฆ์
การนิมนต์พระสงฆ์ คือ การที่เจ้าของงาน หรือผู้แทนงาน ไปติดต่อแจ้งความจำนงกับเจ้าอาวาส หรือพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ณ วัดใดวัดหนึ่ง ขออาราธนา คือ ขอเชิญพระสงฆ์ตามจำนวนที่ต้องการ ให้ไปประกอบพิธีในงาน การนิมนต์พระสงฆ์ไปเจริญพระพุทธมนต์พิธีทำบุญงานมงคลทั่วไป นิยมนิมนต์พระสงฆ์จำนวนอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 5 รูป ส่วนจำนวนข้างมากไม่มีกำหนด ตามกำลังศรัทธาของเจ้าภาพยิ่งมีจำนวนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มบุญกุศลมากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ และพอเหมาะแก่สถานที่ซึ่งจะอำนวยให้เป็นประการสำคัญ
การนิมนต์พระสงฆ์ในงานมงคลสมรส
การนิมนต์พระสงฆ์ไปเจริญพระพุทธมนต์พิธีทำบุญงานมงคลสมรสนั้น แต่เดิมมานิยมนิมนต์พระสงฆ์จำนวนคู่ คือ 6 รูป 8 รูป หรือ 10 รูป เป็นต้น เพื่อกำหนดแบ่งให้ฝ่ายเจ้าบ่าว และฝ่ายเจ้าสาว เลือกนิมนต์พระสงฆ์ที่มีความรู้จักมักคุ้นกับตระกูลของตนฝ่ายละเท่า ๆ กัน จะได้ไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกันและกัน
แต่ในสมัยปัจจุบันนี้ พิธีทำบุญงานมงคลทุกประเภท รวมทั้งพิธีทำบุญงานมงคลสมรสด้วย โดยมากมักนิยมนิมนต์พระสงฆ์ไปเจริญพระพุทธมงคล จำนวน 9 รูป ทั้งนี้ เพราะชาวบ้านโดยมากถือกันว่า เลข 9 นั้น การออกเสียงใกล้เคียงกับคำว่า “ก้าว” คือก้าวหน้า หมายถึงความเจริญรุ่งเรือง หรือ ถือกันตามมหาทักษาพยากรณ์ว่า เลข 9 นั้น เท่ากับกำลังพระเกตุ 9 ซึ่งอาจคุ้มครองป้องกันภยันตรายได้นานาประการ และถือกันตามคติธรรมทางพระพุทธศาสนาว่า เลข 9 นั้น เท่ากับนวหรคุณ 9 ประการ อันเป็นสิริมงคลอย่างสูง และเท่ากับโลกุตตรธรรม 9 ประการ คือ มรรค 4 ผล 4 นิพพาน 1 ซึ่งเป็นผลที่เยี่ยมยอดสูงสุดในพระพุทธศาสนา

การนิมนต์พระสงฆ์ในงานทำบุญอายุ
การนิมนต์พระสงฆ์ไปเจริญพระพุทธมนต์งานทำบุญอายุนั้น นิยมนิมนต์พระสงฆ์จำนวนเกินกว่าอายุของเจ้าภาพขึ้นไป 1 รูป เช่น
ทำบุญอายุ 48 ปี นิยมนิมนต์พระสงฆ์ 49 รูป ทำบุญอายุ 72 ปี นิยมนิมนต์พระสงฆ์ 73 รูป
ทำบุญอายุ 60 ปี นิยมนิมนต์พระสงฆ์ 61 รูป ทำบุญอายุ 84 ปี นิยมนิมนต์พระสงฆ์ 85 รูป เป็นต้น

การนิมนต์พระสงฆ์ประกอบพิธีงานอวมงคล
การนิมนต์พระสงฆ์ไปประกอบพิธีงานอวมงคลเกี่ยวเนื่องกับศพนั้น นิยมนิมนต์พระสงฆ์มีจำนวน ดังนี้
1. พิธีสวดพระอภิธรรม นิยมนิมนต์จำนวน 4 รูป เป็นอย่างน้อย
2. พิธีสวดหน้าไฟ เวลาเผาศพ นิยมนิมนต์จำนวน 4 รูป เป็นอย่างน้อย
3. พิธีสวดพระพุทธมนต์งานบำเพ็ญกุศลศพ เช่นทำบุญ 7 วัน 50 วัน หรือ 100 วันเป็นต้น นิยมนิมนต์พระสงฆ์ 5 รูป 7 รูป 10 รูป เป็นต้น หรือตามกำลังศรัทธา และพอเหมาะแก่สถานที่นั้น ๆ
4. พิธีสวดแจงงานฌาปนกิจศพ นิยมนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 20 รูป 25 รูป 100 รูป หรือนิยมนิมนต์หมดทั้งวัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับศรัทธา
5. พิธีสวดมาติกาบังสุกุลศพ นิยมนิมนต์พระสงฆ์ จำนวนเท่าอายุของผู้ตายที่บำเพ็ญกุศลอุทิศให้นั้น เช่น ผู้ตายอายุ 75 ปี ก็นิยมนิมนต์พระสงฆ์ 75 รูป เป็นต้น หรือจะนิมนต์ตามกำลังศรัทธา ไม่มีข้อห้ามแต่ประการใด

วิธีนิมนต์พระสงฆ์
การนิมนต์พระสงฆ์ไปประกอบพิธีในงานมงคล หรืองานอวมงคลต่าง ๆนั้น นิยมปฏิบัติกันทั่วไป ทั้งการนิมนต์ด้วยวาจา และการนิมนต์ด้วยการทำหนังสือฎีกานิมนต์เป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าเป็นงานพิธีทำบุญส่วนตัว เช่นงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น ก็นิยมนิมนต์พระสงฆ์ด้วยวาจา โดยไปติดต่อนิมนต์ด้วยตนเอง แต่ถ้าเป็นงานพิธีทำบุญเกี่ยวกับทางราชการทุกอย่าง ก็นิยมทำหนังสือฎีกานิมนต์เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อพระสงฆ์จะได้ทราบกำหนดเวลาที่แน่นอน และเพื่อป้องกันความหลงลืมอีกด้วย
การนิมนต์พระสงฆ์ไปประกอบพิธีในงานมงคลและงานอวมงคลทุกประเภทนั้น นิยมกราบเรียนให้พระสงฆ์ทราบโดยย่อ ดังนี้
1. พิธีทำบุญปรารภงานอะไร
2. กำหนดงานวันที่ เดือน พ.ศ. ตรงกับวันขึ้น-แรม เดือนอะไร
3. สถานที่ไหน
4. ต้องการพระสงฆ์จำนวนเท่าไหร่
5. จะจัดรถมารับ หรือ จะให้พระสงฆ์ไปเอง
ตัวอย่างฎีกานิมนต์


ฎีกาอาราธนา
ขออาราธนาพระคุณเจ้า...........................................วัด.......................................เจริญพระพุทธมนต์ (สวดพระพุทธมนต์ ใช้เฉพาะงานศพ) แล้วฉันภัตตาหารเช้า (หรือเพล) ในงาน............................................................วันที่...............เดือน..........................พ.ศ......................เวลา...........................น. ตรงกับวันขึ้น(แรม).............ค่ำ เดือน......................ณ บ้านเลขที่...................หมู่.............ถนน........................ตำบล.............................................อำเภอ.............................................จังหวัด.......................................................
ลงนาม............................................ผู้อาราธนา
......................../............................/......................